การดื่มไวน์ได้กลายเป็นวัฒนธรรมสากลที่ชนหลายชาติยึดถือมาช้านาน ไวน์รสเลิศไม่ใช่ผลิตผลของความบังเอิญ หากแต่ต้องอาศัยนักปรุงไวน์ผู้มากด้วยทักษะและความสามารถประเทศออสเตรเลียนั้นเลื่องชื่อเรื่องคุณภาพของไวน์และยังเป็นผู้ส่งออกไวน์รายใหญ่ของโลก การศึกษาด้านไวน์ของออสเตรเลียก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ดึงดูดนักเรียนและนักวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลกให้เดินทางมาเพื่อศึกษาวิจัย
วิสุตา โลหิตนาวี (นิกกี้) คือหนึ่งในผู้ที่เลือกเดินทางไปยังออสเตรเลียเพื่อศึกษาด้านไวน์ นิกกี้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการทำไวน์
Bachelor of Oenology (Viticulture & Winemaking) และเกียรตินิยมอันดับที่สองด้านการปลูกองุ่นหรือ
Viticulture จาก The University of Adelaide ในรัฐออสเตรเลียใต้ ประเทศออสเตรเลีย เธอคือนักปรุงไวน์หญิงคนแรกของไทยและเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนของประเทศ ปัจจุบันนิกกี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการจัดการ
บริษัท กรานมอนเต้ อันเป็นธุรกิจไร่องุ่นและไวน์เนอร์รี่ของครอบครัว
นิกกี้เล่าถึงประสบการณ์การศึกษาจากออสเตรเลียว่า ได้เรียนตั้งแต่เก็บตัวอย่างดิน ตัดแต่งต้นองุ่น เก็บเกี่ยวและนำเข้าสู่กระบวนการทำไวน์ ชิมและประเมิณคุณภาพของไวน์ และรวมไปถึงการจัดการห้องเก็บไวน์และการทำการตลาด
“ในปีแรกๆ นิกกี้เรียนวิชาอย่าง ชีววิทยา ชีวเคมี และพฤกษศาสตร์ เป็นวิชาพื้นฐาน ก่อนที่จะศึกษาอย่างลึกซึ้งในแง่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของการทำไวน์และปลูกองุ่น โดยมีวิชาบรรจุภัณฑ์และการตลาดร่วมด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียนเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ชนิดอื่นๆอีกด้วย” นิกกี้กล่าว

นิกกี้เล่าว่าหลักสูตรประกอบด้วยทั้งการเรียนในห้องเรียนและภาคปฏิบัติในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้านไวน์ ไร่องุ่นและไวน์เนอร์รี่ของมหาวิทยาลัยเอง นิกกี้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมฝึกงานที่ Brown Brothers Winery ในรัฐวิคตอเรีย นอกจากนี้เธอยังได้รับทุนฝึกงาน ณ ไวน์เนอร์รี่ชื่อดัง Wolf Blass Winery ในบารอสซ่า วัลเลย์ รัฐออสเตรเลียใต้ โดยรับหน้าที่เป็นไวน์เมคเกอร์วินเทจ 2008 ซึ่งเธอเล่าว่าต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก การฝึกงานเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์นั้นเป็นภาคบังคับของหลักสูตรซึ่งช่วยให้นิกกี้ทำงานในทุกวันนี้ได้อย่างเต็มตัวโดยเธอมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนไวน์ไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก
รัฐออสเตรเลียใต้มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอเรเนียน จึงเป็นที่ตั้งของเขตการทำไวน์อันโด่งดังแห่งหนึ่งของโลก คณะเกษตรศาสตร์ อาหารและไวน์ แห่ง
The University of Adelaide นับเป็นหนึ่งในสถาบันแนวหน้าในการวิจัยและหลักสูตรการศึกษาด้านไวน์ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และธุรกิจ สถาบันวิจัยด้านไวน์ระดับโลกอย่าง
Australian Wine Research Institute (AWRI) ก็ตั้งอยู่ในรัฐนี้เช่นกัน
ผศ.ดร.วันเพ็ญ จิตรเจริญ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง ผู้ได้รับทุนวิจัยจากรัฐบาลออสเตรเลีย (Endeavour Research Fellowship) ปี 2009 กำลังดำเนินงานวิจัยระดับหลังปริญญาเอกที่สถาบันแห่งนี้ งานวิจัยเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ยีสต์ระดับโมเลกุลเพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างสารให้กลิ่นรสเฉพาะในไวน์ของ ผศ.ดร.วันเพ็ญนั้นคาดว่าจะให้ผลการวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการหมักของประเทศไทย ผศ.ดร.วันเพ็ญกล่าวว่า “สถาบันวิจัยแห่งนี้มีนักวิจัยชื่อดังหลายท่าน จึงเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันวิจัยชั้นนำของโลก”
สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมด้านไวน์ของเมืองไทยนั้น นิกกี้กล่าวว่า “ยังใหม่อยู่มากและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านการทำไวน์นั้นหายาก ตลาดในประเทศแถบเอเชียอย่าง จีน อินเดีย และญี่ปุ่น มีการเติบโตสูงและต้องการกำลังคน ดังนั้นผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ต่างแดนจึงมีโอกาสสูงที่จะหางาน” โอกาสทางอาชีพนั้นไม่จำกัดอยู่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมไวน์เท่านั้น แต่ยังนำไปสู่อาชีพในสาขาที่สัมพันธ์กัน เช่น อาหารและเครื่องดื่ม หรือการท่องเที่ยวและการบริการ